เกาะพีพี:กระบี่

ชื่อเกาะ : เกาะพีพี จังหวัด กระบี่

E11715612-92

กระบี่…เมืองชายทะเลในฝัน งดงามด้วยหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใส ๆ ปะการังแสนสวย ถ้ำโตรกชะโงกผา และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ รวมกันเป็นมนต์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ที่มาเยือนจังหวัดกระบี่ ทว่ามาเยือนกระบี่ทั้งที หากใครไม่ได้ไปเที่ยว “หมู่เกาะพีพี” ก็เหมือนมาไม่ถึงกระบี่นะคะ

E11867907-2

“หมู่เกาะพีพี” เป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่า เกาะ คำว่า “ปิอาปิ” แปลว่า ต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า “ต้นปีปี” ซึ่งภายหลังกลายเสียงเป็น “พีพี” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะนี้ ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีที่มีสีสันสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือ กระบี่

E11715612-83

เริ่มกันที่ “เกาะพีพีดอน” มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของเกาะคือ เวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของ อ่าวต้นไทร และ อ่าวโละดาลัม ทั้งนี้ อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี และมีสถานที่พักและร้านค้าจำนวนมาก จากอ่าวต้นไทรสามารถเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ ได้ อย่างไรก็ตาม เกาะพีพีดอน ยังมีหาดทรายและอ่าวที่สวยงามกระจายอยู่รอบเกาะ บางแห่งมีที่พักบริการ เช่น หาดแหลมหิน หาดยาว อ่าวโละบาเกา

E11715612-74

ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเลประมาณ 15 – 20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ที่จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงมีธรรมชาติใต้ทะเลที่สวยงาม และบนหาดยังมีที่พักไว้ให้บริการ แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

“เกาะพีพีเล” มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ มีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร มีบริเวณน้ำลึกที่สุดประมาณ 34 เมตรอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม อาทิ อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ

E11715612-87
นอกจากนี้ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังมี “ถ้ำไวกิ้ง” เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “ถ้ำพญานาค”ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่มาเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออกและทิศใต้ พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้างและรูปเรือชนิดต่าง ๆ เช่น เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือสำเภา เรือกำปั่น เรือใบใช้กังหัน และเรือกลไฟ เป็นต้น สันนิษฐานว่าภาพเขียนเหล่านี้เป็นฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด เพราะจากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก บริเวณนี้อาจเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบลมมรสุมขนถ่ายสินค้าหรือซ่อมแซม เรือได้

E11867907-8

“เกาะยูง” ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน มีชายหาดเป็นหาดหินอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และมีหาดทรายเล็กน้อยตามหลืบเขา นอกจากนี้ ยังมีแนวปะการังสวยงามชนิดต่าง ๆ และ “เกาะไม้ไผ่” ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน ไม่ไกลจากเกาะยูงเท่าใดนัก ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกมีหาดทรายสวยงาม และแนวปะการัง ซึ่งส่วนมากเป็นแนวปะการังเขากวางทอดยาวไปถึงทางทิศใต้ของเกาะ นอกจากนี้ บนเกาะยังมีสถานที่กางเต็นท์ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

E11867907-6

การเดินทางไปหมู่เกาะพีพี

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยัง หมู่เกาะพีพี ได้ทั้งจากกระบี่และภูเก็ต จากท่าเรือจิหลาด ในตัวเมืองกระบี่ มีเรือโดยสารออกจากกระบี่ไปเกาะพีพี วันละ 2 เที่ยว เวลา 10.00 น. และ 15.00 น. และจากเกาะพีพีกลับกระบี่ เรือออกเวลา 09.00 น. และ 14.00 น. ค่าโดยสารคนละ 350 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมงครึ่ง และมีเรือเร็วนำเที่ยวเช้าไปเย็นกลับ ออกจากอ่าวนาง เวลา 09.00 น. และกลับเวลา 17.00 น.

ส่วนการเดินทางจากภูเก็ตมีเรือนำเที่ยวเกาะพีพี แบบเช้าไปเย็นกลับ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่บริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต นอกจากนี้ บริเวณอ่าวต้นไทรบนเกาะพีพีดอน ยังมีเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวตามชายหาดต่าง ๆ รวมถึงเกาะพีพีเลด้วย

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 0 – 7562 – 2163, สำนักงานจังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 0 – 7561 – 1381 และประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่ โทรศัพท์ 0 – 7561 – 2611

E11867907-1

สถานที่พัก

สามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่

 

Categories: Introduction | Leave a comment

เกาะสิมิลัน:พังงา

ชื่อเกาะ : เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา

similan-2

เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวสิมิลันมีรูปโค้งเหมือนเกือกม้า น้ำลึกโดยเฉลี่ยประมาณ 60 ฟุต ใต้ท้องทะเลอุดมไปด้วยกองหินและแนวปะการัง มีทั้งปะการังเขากวาง ปะการังใบไม้ ปะการังสมอง และปะการังดอกเห็ดขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์มาก ในประเทศไทย สภาพหาดทรายเนื้อละเอียดสวยงามมาก

similan-5

ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 27 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์อยู่ในเกณฑ์สูงเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 83 % ปริมาณน้ำฝนแต่ละปีเฉลี่ย 3,560 มิลลิเมตร ปริมาณการระเหยของน้ำแต่ละปีเฉลี่ย 1,708 มิลลิเมตร ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากจะทำให้ฝนตกหนักแล้ว ท้องทะเลยังมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันในช่วงนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

similan-4

กำหนดปิด-เปิดฤดูการท่องเที่ยวประจำปี ดังนี้ 

ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปี
เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 เมษายน ของทุกปี

similan-1

การเดินทางไป เกาะสิมิลัน

ทางรถยนต์ 
ออกเดินทางจาก กทม. จนถึงเส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ช่วงระนอง – พังงา ) มาทางตะกั่วป่า จากตะกั่วป่ามาที่บ้านลำแก่นจะมีสามแยกขวามือไปท่าเรือทับละมุ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงท่าเรือทับละมุประมาณ 50 เมตร จะมีที่ทำการของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันตั้งอยู่ทางซ้ายมือ

ทางเครื่องบิน 
จากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ถึงท่าอากาศยานภูเก็ต จากนั้นเดินทางสู่จังหวัดพังงา โดยรถโดยสารประจำทางหรือรถตู้ (มีรถตู้จากท่าเรือบริการ Transfer รับ – ส่ง ) ถึงท่าเทียบเรือทับละมุ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร และเดินทางโดยเรือ สปีดโบสท์ ไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ในการเดินทางโดยเรือนั้นจะต้องจองล่วงหน้าประมาณ 3 วันอย่างน้อย เพราะเรือจะมีทั้งไป และกลับเพียงแค่เที่ยวเดียวเท่านั้น คือ เที่ยวเช้าเดินทางไปเกาะ เวลา 8.30 น. และเที่ยวกลับจากเกาะเวลา 15.30 น. ( การเดินทางตอนไปเกาะเรือของบางบริษัทอาจจะแวะตามเกาะต่างๆ เพื่อดำน้ำตื้นประมาณ 2-3 เกาะ ) แต่เรือของอุทยานไม่มีให้บริการจะเป็นเรือของบริษัทเอกชนอย่างเดียว

ทางเรือ 
จากท่าเรือทับละมุเดินทางไปยังเกาะเมี่ยง (เกาะสี่) ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และเกาะแปด (เกาะสิมิลัน) ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร มีเรือโดยสารของภาคเอกชนให้บริการทุกวันตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว (15 พ.ย. – 15 พ.ค.) เรือโดยสารทุกลำจะออกจากท่าเรือพร้อมกันทั้งหมด โดยมีกำหนดเวลาเดินทางจากท่าเรือทับละมุไปเกาะ เวลา 08.30 น. (ขาไป) และเดินจากเกาะไปท่าเรือทับละมุ เวลา 15.00 น. (ขากลับ) ของทุกวันๆ ละ 1 เที่ยว ทั้งเวลาไปและเวลากลับ (เก็บตั๋วเรือเอาไว้แสดงตอนกลับด้วย) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง (โดยเรือสปีดโบท) แต่บางบริษัทจะนำนักท่องเที่ยวแวะดำน้ำตามเกาะ ต่างๆ ก่อน เช่น แวะดำน้ำตื้นที่เกาะเก้า ประมาณ 30 นาที รับประทานอาหารและดำน้ำตื้นที่เกาะแปด ประมาณ 1 ชั่วโมง ดำน้ำตื้นที่เกาะเจ็ด ประมาณ 30 นาที จากนั้นจึงเดินทางเข้าที่พักที่เกาะสี่ เรือจะใช้เวลาประมาณ 3 – 3.5 ชั่วโมง ถึงเกาะสี่ ประมาณ 14.00 น.

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

สถานที่ท่องเที่ยวในหมู่เกาะสิมิลัน-11

ข้อมูลทั่วไป

“หมู่เกาะสิมิลัน” คือสรวงสวรรค์ใต้สมุทรที่อุดมไปด้วยชีวิตน้อยใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปะการัง และหมู่ฝูงปลา มีน้ำใสราวแผ่นกระจกและมีหาดทรายที่ขาวสะอาดงดงาม สิมิลันมีชื่อเสียงทางด้านมีแหล่งน้ำลึกที่สวยงาม ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และภาพหินเรือใบเป็นภาพสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซิ่งตั้งอยู่ที่เกาะ8 (สิมิลัน) ที่มีความงดงามมาก และถือเป็นจุดเด่นของสิมิลัน

si6

สภาพแวดล้อมของหมู่เกาะ Similian อุทยานแห่งชาติเป็นที่เห็นได้ชัดว่าเกาะเล็ก ๆ ที่คุณไปคุณจะไม่ไกลจากทะเล ธรรมชาติสำรองน้ำจืดมีเพียงไม่กี่และเป็นผลให้สายพันธุ์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ไม่สามารถอยู่ได้ การสำรวจเปิดเผยว่ามี 27 ชนิดของสัตว์ขนาดเล็กที่มีอยู่ภายในอุทยานฯ รวมทั้ง 16 ชนิดของค้างคาว ได้แก่ ค้างคาวสุสานดำมีหนวดมีเคราที่ค้างคาวแวมไพร์น้อยเท็จค้างคาวเกือกม้ากลาง, ค้างคาวงอปีกน้อยและค้างคาวโล้น . 3 ชนิดของกระรอกสามารถพบได้รวมทั้งสีเทายุ้ยกระรอกบิน 4 ชนิดของหนู : ราชาหนูสีเหลืองที่หนู ricefield หนูหลังคาและหนูมีเสียงดังจะเห็นได้เผ่นหนีไปรอบ ๆ เช่นกัน สุดท้ายที่อาศัยอยู่ในมากขึ้น แต่ unusal กันอย่างเป็นธรรมรวมถึงการเม่นพุ่มไม้นกที่พบโดยทั่วไปปาล์มอีเห็นสัตว์จำพวกลิงบินและปลาโลมา bottlenosed 22 ชนิดของสัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำและสามารถพบได้ในสวนรวมทั้งงูสามเหลี่ยมแถบ, หลาม, สีขาว lipped หลุม Viper, หลุมงูพิษที่พบบ่อย, สวนจิ้งจกสีฟ้า, reticulated กระเต่าหนัง, จิ้งจกเบงกอลตรวจสอบน้ำจิ้งจกทั่วไปของจอภาพ, หรูหรา froglet กบ Asiatic ทั่วไปบึงกบและกบพุ่มไม้ที่พบโดยทั่วไป สุดท้ายอีกชนิดที่น่าสนใจมากที่สุดอยู่ในเกาะสิมิลันเรียกว่าขาภูเขาที่ขนปูที่ดิน ปูนี้จะพบในจำนวนมากเช่นคุณจะต้องแน่ใจว่าเห็นหลายเพียงแค่เดินไปรอบ ๆ เล็กน้อย ไม่ว่าคุณจะอยู่บนเกาะไม่เห็นสิ่งมีชีวิตนี้จะได้รับการแจ้งเตือนคุณจะไม่ไกลจากน้ำ

Si-mi-lan

Categories: หมู่เกาะตะรุเตา | Leave a comment

เกาะลันตา:กระบี่

ชื่อเกาะ : เกาะลันตา จังหวัด กระบี่

krb_att10007001

เกาะลันตาเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกระบี่ โดยเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยต่อเนื่องมายาวนานกว่าร้อยปี ประกอบด้วยเกาะลันตาใหญ่และเกาะลันตาน้อย แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ ขณะที่เกาะลันตาน้อยเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเกาะลันตาด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากแผ่นดิน เกาะลันตาจึงยังคงความสวยงามของหาดทรายและน้ำทะเลสะอาด อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตของชาวเกาะดั้งเดิม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยจีน ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยใหม่ (ชาวเล) อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผสานกับความเจริญทางด้านหัวเกาะแถบท่าเรือและชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งคึกคักด้วยนักท่องเที่ยว การมาเยือนเกาะลันตาจึงได้เที่ยวหลายบรรยากาศในคราวเดียวกัน

0135c361b888a0ca7c18a8fe59470f8f

“ลันตา” เป็นชื่อเกาะขนาดใหญ่ มีรูปร่างเรียวยาว พื้นที่ 472 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ชื่อ “ลันตา” นั้น สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “ลันตาส” ซึ่งเป็นภาษาชวา แปลว่าที่ย่างปลา เพราะในอดีต เกาะใหญ่แห่งนี้เป็นที่ที่ชาวเรือชวามักมาหยุดพักและย่างปลาเป็นอาหาร แล้วต่อมา เกาะนี้ก็เปลี่ยนฐานะมาเป็นเมืองท่าที่ชาวจีนและชาวอาหรับผู้แล่นเรือค้าขายในน่านน้ำภูเก็ต ปีนัง สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แวะขึ้นมาพักและทำการค้าขาย จนในที่สุดก็กลายเป็นชุมชนคึกคัก

lunta_map

เกาะลันตาประกอบด้วยเกาะลันตาใหญ่และเกาะลันตาน้อย โดยมีเกาะกลางคั่นอยู่ระหว่าง 2 เกาะนี้ แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดอยู่บนเกาะลันตาใหญ่ ซึ่งยาวประมาณ 30 กิโลเมตร กว้างประมาณ 6 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยชายหาดยาวเรียงรายต่อเนื่องกันถึง 13 หาดทางฝั่งตะวันตก มีทั้งหาดหินและหาดทราย เพียบพร้อมด้วยที่พักหลากสไตล์ หลายราคาส่วนทางฝั่งตะวันออกคือชุมชนโบราณ ชื่อบ้านศรีรายา ซึ่งตั้งมากว่าร้อยปี มีเสน่ห์ด้วยเรือนแถวไม้หน้าแคบที่ยื่นยาวลึกออกไปในทะเล และวิถีชีวิตสงบงามของชาวไทย-จีน ชาวไทย-มุสลิม ที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

10_2

เกาะลันตาใหญ่มีจุดเด่นอยู่ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ตั้งอยู่ที่แหลมโตนด ตรงปลายเกาะ เป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และที่โดดเด่นที่สุดคือประภาคารสีขาว ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตาอีกจุดเด่นหนึ่งคือหมู่บ้านชาวเล หรือชาวไทยใหม่ ชื่อบ้านสังกาอู้ อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เป็นชุมชนของชาวเลเผ่าลูโมะลาโว้ย ที่คนไทยภาคกลางเรียกว่าอูรักลาโว้ย พวกเขาตั้งถิ่นฐานบนเกาะลันตามานานหลายชั่วอายุคน เกาะลันตาเปรียบได้ดั่งเมืองหลวงของชาวเล ทุกคืนเพ็ญเดือน 6 และคืนเพ็ญเดือน 11 จะมีพิธีลอยเรือ เพื่อสะเดาะเคราะห์และเสี่ยงทายสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นบริษัททัวร์ ร้านดำน้ำ ธนาคาร ร้านอาหาร ร้านบริการอินเตอร์เน็ต ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ มีเพียบพร้อมอยู่ที่บ้านศาลาด่าน

1354901539

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (ททท.)

มีเนื้อที่ประมาณ 152 ตารางกิโลเมตร ในอำเภอเกาะลันตา ประกอบด้วยเกาะต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ เกาะลันตาใหญ่ เกาะลันตาน้อย เกาะตะเล็งเบ็ง และเกาะใกล้เคียง รวมไปถึงหมู่เกาะห้า หมู่เกาะรอก และเกาะไหง

ทั้งนี้ คำว่า “ลันตา” แผลงมาจากคำว่า “ลันตัส” ซึ่งเป็นภาษาชวา มีความหมายว่า “ผลาย่างปลา” ซึ่งก็คือที่ย่างปลาสร้างด้วยไม้ รูปสี่เหลี่ยมยกพื้นสูงขึ้นคล้ายโต๊ะ จุดไฟไว้ข้างล่าง เผาปลาที่เรียงไว้ข้างบน

สถานที่พักแนะนำ

-พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา

ตั้งอยู่ท่ามกลาง ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ รายล้อมไปด้วย ป่าไม้ที่เขียวขจี และน้ำทะเลสีคราม เบื้องหน้า นอกจากนี้ยังมีนวดตัวจากสมุนไพรธรรมชาติ ที่รอบริการสำหรับคุณ

-โรงแรม ลายานา รีสอร์ทและสปา (Layana Resort & Spa)

ซึ่งเป็นโรงแรมในเกาะลันตา ประเทศไทย นอกจากบรรยากาศที่ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ที่ลายานา รีสอร์ทและสปา ยังมีบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอด ที่ถูกการันตีด้วย มาตรฐานของโรงแรมระดับ 5 ดาว ทำให้ท่านสามารถวางใจได้ว่าการพักผ่อนของท่านที่ครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งใดๆ

-โรงแรม ฌ ทรอปิคานา ลันตา รีสอร์ท เกาะลันตา

เราตั้งอยู่ห่างจากผู้คน เหมือนกับที่ท่านได้ฝันไว้ อยู่ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี สวนสวยแสนสงบในหุบเขา ท่านสามารถเดินทางโดยรถประจำทางในท้องถิ่นภาคใต้มายังหาดพระแอะ โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://thai.tourismthailand.org/home

ข้อมูลการเดินทาง

เกาะลันตาอยู่ห่างจากเมืองกระบี่ประมาณ 70 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่เกาะลันตาได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ และเรือโดยสาร

โดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ต้องขับรถไปยังท่าเรือหัวหิน จังหวัดกระบี่ เพื่อข้ามแพขนานยนต์ไปเกาะลันตา โดยเริ่มต้นจากการใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จนถึงจังหวัดชุมพร แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สู่อำเภอไชยา อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ แล้ววกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเข้าสู่ตัวเมืองกระบี่ ระยะทางประมาณ 814 กิโลเมตรเมื่อถึงเขตเมืองกระบี่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ อำเภอเหนือคลอง อำเภอคลองท่อม ถึงประมาณหลักกิโลเมตรที่ 64 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 4206 สู่บ้านหัวหิน ซึ่งเป็นจุดลงแพขนานยนต์ไปยังเกาะลันตาใหญ่

ต้องลงแพขนานยนต์ 2 ช่วง คือ บ้านหัวหิน-เกาะลันตาน้อย และเกาะลันตาน้อย-เกาะลันตาใหญ่ ค่าข้ามแพ 2 ช่วง รถยนต์ คันละ 100 บาท รวมคนขับ ผู้โดยสาร คนละ 20 บาท

โดยรถประจำทางจากกรุงเทพฯ ต้องนั่งรถไปลงที่กระบี่ มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-กระบี่ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11-12 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 http://www.transport.co.thปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม http://www.thairoute.com

เมื่อลงรถที่สถานีขนส่งกระบี่แล้ว รอรถตู้ไปเกาะลันตาที่สถานีขนส่ง สำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทางด้วยรถประจำทาง ต้องไปขึ้นรถตู้ที่คิวรถกระบี่-ลันตา ถนนมหาราช ซอย 6

ควรโทรศัพท์จองที่นั่งและนัดแนะเวลาขึ้นรถล่วงหน้าที่โทร. 0 7562 2197 (กระบี่) หรือโทร. 0 7569 7053 (เกาะลันตา) รถออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 07.00-15.00 น. ราคาเที่ยวละ 150 บาท (ถ้าซื้อผ่านบริษัททัวร์ เที่ยวละ 200 บาท)

รถตู้จะแล่นไปส่งนักท่องเที่ยวถึงที่พัก จนสิ้นสุดปลายทางที่บ้านศรีรายา ในเที่ยวกลับ ควรโทรศัพท์นัดเวลามารับที่ที่พัก และต้องเผื่อเวลาเดินทางกลับถึงกระบี่ไว้ราว ๆ 3 ชั่วโมง เพราะอาจต้องรอลงแพขนานยนต์นานเป็นชั่วโมง

โดยเครื่องบินเครื่องบิน
จากกรุงเทพฯ ไปกระบี่ โดยการบินไทยและไทยแอร์เอเชียการบินไทย โทร. 0 2356 1111 หรือ http://www.thaiairways.com

ไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 หรือ http://www.airasia.com

จากท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ไปเกาะลันตา วิธีที่สะดวกที่สุดคือเช่ารถจากบริษัทต่างๆ ที่ตั้งบูทอยู่ภายในอาคารท่าอากาศยาน หรือหากจองที่พักบนเกาะลันตาไว้ ส่วนใหญ่แล้วจะมีรถมารับที่ท่าอากาศยาน

การเดินทางภายใน เกาะลันตาถ้าไม่ได้ขับรถไปเอง เมื่อไปถึงลันตา ควรเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยว เพราะบนเกาะไม่มีรถสองแถว เช่ามอเตอร์ไซค์ได้ที่ร้านแถวศาลาด่าน ค่าเช่าวันละ 150-250 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนวันเช่าเกาะลันตามีถนนรอบเกาะเส้นหลักเส้นเดียว สภาพดี ลาดยางตลอดเส้น ไปจนถึงอ่าวบากันเตียง จากนั้นจึงเป็นทางลูกรังไปจนใกล้ถึงแหลมโตนด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา สภาพเส้นทางมีหินลอย ขึ้นลงเขาชัน ข้างทางเป็นหุบเหว หากจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยว ต้องมั่นใจในฝีมือการควบคุมรถของตัวเองอย่างมาก แต่เมื่อผ่านด่านเก็บค่าธรรมเนียมไปแล้ว เป็นทางลาดยางตลอด 2 กิโลเมตรจนถึงที่ทำการอุทยานฯ

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเหมาเรือหางยาวท่องเที่ยวและดำน้ำรอบเกาะได้ คิดราคาต่อวัน/ครึ่งวัน หรือแล้วแต่ระยะทางและการต่อรอง ติดต่อเช่าเรือได้ที่บริษัทนำเที่ยวแถวท่าเรือศาลาด่าน หรือติดต่อผ่านที่พัก

 

การเดินทางจากเกาะลันตาไปยังเกาะต่างๆ

นอกจากนั้นบริษัทเรือเอกชนบนเกาะลันตายังมีเรือวิ่งให้บริการหลายเส้นทาง ดังนี้…


 เกาะลันตา – เกาะพีพี  เรือออกเวลา 08.00 น. และ 13.00 น. ค่าโดยสารคนละ 200 บาท

 เกาะลันตา – กระบี่ เรือออกเวลา 08.00 น. และ 13.00 น. ค่าโดยสารคนละ 200 บาท

 เกาะลันตา – เกาะพีพี – ภูเก็ต เรือออกเวลา 09.00 น. และ 04.30 น. ค่าโดยสารคนละ 250 บาท

 เกาะลันตา – เกาะพีพี – กระบี่ เรือออกเวลา 09.00 น. และ 13.30 น.

 รวมทั้งมีเรือบริการวิ่งระหว่าง เกาะลันตา – เกาะจำ – กระบี่ และเรือบริการทุกวันจากเกาะลันตาใหญ่ไปเกาะไหง เกาะรอก และเกาะกระดาน สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่โทร. 0 7568 4163,  0 1719 4811

Categories: Introduction | Leave a comment

เกาะม้าเกาะเชือกเกาะแหวน:ตรัง

ชื่อเกาะ : เกาะม้า – เกาะเชือก – เกาะแหวน จังหวัดตรัง

Screen Shot 2556-01-01 at 9.16.29 AM

กลุ่มเกาะ 3 เกาะ คือ เกาะม้า เกาะเชือก และเกาะแหวน เป็นกลุ่มเกาะเล็กๆ กลางทะเลตรัง เป็นจุดดำน้ำตื้นชมปะการังที่บรรดาแพ็กเกจท่องเที่ยวของที่พักต่างๆ ทั่วทั้งทะเลตรังมุ่งมาชมเพราะปะการังใต้น้ำที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะ น้ำทะเลใสจนเห็นปะการังอ่อนสีแดงกลุ่มก้อนใหญ่ๆ กัลปังหาต้นเล็กๆ สีเหลืองขลิบแดงหรือสีแดงมากมาย ไม่เหมือนที่อื่นๆ ที่อาจจะมีแต่ปะการังแข็ง แต่ปะการังแข็งและฝูงปลาของที่นี่ก็มีไม่น้อยเช่นเดียวกัน ภาพที่เห็นกันจนชินตาแทบทุกวันในแถบนี้ก็คือ ภาพนักท่องเที่ยวจำนวนมากถูกปล่อยลงไปดำผุดดำว่ายชมปะการังกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ

1140003372

รายละเอียดเกาะม้า

ถ้าพูดถึงหาดสวยทะเลตรัง ต้องยกให้เกาะกระดาน แต่ถ้าพูดถึงจุดดำน้ำชมปะการังอ่อนต้องยกให้เกาะม้า ที่มีปะการังอ่อนให้ชมในระดับน้ำตื้นๆ และกระแสน้ำไม่แรงเหมือนอย่างที่เกาะเชือก  เกาะม้าตั้งอยู่หน้าเกาะไหง ห่างประมาณ1.5 กิโลเมตร ห่างเกาะเชือก 1.5 กิโลเมตร ห่างจากฝั่งที่ท่าเรือปากเมงประมาณ14 กิโลเมตร เป็นเกาะเป็นหินไม่มีชายหาด ลักษณะเหมือนดังภาพ  ปะการังที่เกาะม้าเป็นปะการังอ่อนที่เกาะอยู่ตามพื้น และยังมีกอดอกไม้ทะเลเกาะอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ปลาการ์ตูนนีโมก็มีให้ชม

picture2009_94255521484

เกาะม้าเป็นหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมจากนักดำน้ำที่เกาะพะงัน เป็นจุดที่มีความหลากหลายของปะการัง ปะการังอ่อน ปลาและดอกไม้ทะเลสูงมาก สำหรับนักดำน้ำตื้น ท่านสามารถเดินจากหาดแม่หาดไปดำน้ำที่เกาะม้าได้ หรือท่านจะเช่าเรือหางยาวไปดำน้ำรอบเกาะม้าก็ได้

221317_187091548009841_184434504942212_517473_548239_o

รอบๆ เกาะม้า นักดำน้ำสามารถเห็นปะการังโขด ปะการังกึ่งโขด ปะการังนิ้วมือ ปลาสลิดหิน เม่นทะเล และอื่นๆ อีก จัดว่า เกาะม้าเป็นจุดดำน้ำที่สวยงามมากจุดหนึ่ง

240828_187090011343328_184434504942212_517422_459675_o

00024619_93432

รายละเอียดเกาะเชือก

เกาะเชือก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเรือที่ได้ ท่าเรือปากเมง อ.สิเกา เป็นท่าเรือสะดวกที่สุด ที่สามารถนำนักท่องเที่ยวมาชมความสวยงามได้เลย

1124983233

เกาะเชือก เกาะแห่งความสมบูรณ์ของการดำน้ำตื้น ซี่งเป็นเกาะโดดเด่นของทะเลตรังที่สุด ที่นักท่องเที่ยวจะได้ดำน้ำดูปะการังบริเวณรอบเกาะ ซึ่งมีปะการังสีฟ้า ปะการังพุ่ม ปะการังเขากวางขนาดใหญ่ ปะการังอ่อน หลากสี มีทั้งสี่ส้ม ขาว เหลือง ม่วง แดง รวมไปถึงปะการังดองไม้ กัลปังหา และแส้ทะเล ตลอดจนปลาสวยงามมากมายหลากหลายชนิดที่แหวกว่ายเข้ามา ล้อเล่นกับนักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้้ชมปลา การ์ตูน ปลาโนรี เป้นต้น

QKLRnU454161-02

เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ในวงล้อมของเกาะมุกต์และเกาะกระดานอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 16 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 2 เกาะ ที่อยู่ติดกัน เกาะที่อยู่ด้านตะวันตก มีพื้นที่ประมาณ 0.08 ตารางกิโลเมตร เกาะที่อยู่ด้านตะวันออก มีพื้นที่ประมาณ 0.1 ตารางกิโลเมตร จุดสูงสุด สูง 60 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเกาะที่มีสัมปทานรังนก สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีปะการังแข็ง ปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล กัลปังหา สลับกันอยู่ตลอดแนวชายฝั่ง ซึ่งจะมีแนวปะการังค่อนข้างสมบูรณ์มากf77

ปะการังอ่อน…เกาะเชือก

ปะการังอ่อนสกุล Dendronephthya ถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรการท่องเที่ยวสำคัญสูงสุดของท้องทะเล เพราะสีสันอันสดใสและรูปทรงไม่ธรรมดา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ทุกคนที่ได้เห็น ปรกติปะการังอ่อนสกุลนี้พบอยู่ในที่ลึกระดับ 10 เมตรขึ้นไป แต่เกาะเชือกมีลักษณะพิเศษ กระแสน้ำไหลแรงทำให้ปะการังอ่อนเหล่านี้อาศัยอยู่ทั่วไปแม้ในที่ตื้น มองเห็นได้ด้วยสายตาจากผิวน้ำ เกาะเชือกจึงกลายเป็นจุดดำน้ำแบบ Snorkelling หรือดำน้ำใส่ชูชีพแสนสำคัญ เพราะนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถลงไปมองเห็นดงปะการังอ่อนที่ยิ่งใหญ่ด้วยสายตาตนเอง เพียงแต่ต้องระวังอันตรายจากกระแสน้ำไหลแรง พยายามเกาะเชือกที่ผูกไว้กับหิน อยู่รวมกันเป็นกลุ่มอย่าทะนงคิดว่าเราแข็งแรงว่ายน้ำไปคนเดียวได้

KohCheuk02

1140003372

รายละเอียดเกาะแหวน

KohWaen

เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำอย่างแท้จริง เพียงไม่กี่เมตรจากการลอยตัวดำน้ำก็สามารถชมโลกใต้ทะเลแสนสวยได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นนักดำน้ำมืออาชีพก็มีโอกาสได้เห็นดอกไม้ทะเลและหมู่ปลาหลายสีที่สวยเหมือนในภาพถ่ายได้เช่นกันเนื่องจากเป็นเกาะหินไม่มีหาด บนเกาะจึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆเรือท่องเที่ยวจะผูกทุ่นลอยให้นักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำเท่านั้น

37_201203161043191.

ด้วยสภาพน้ำทะเลใสจนเห็นปะการังอ่อนสีแดงกลุ่มก้อนใหญ่ๆ กัลปังหาต้นเล็กๆ สีเหลืองขลิบแดงหรือสีแดงมากมาย ไม่เหมือนที่อื่นๆ ที่อาจจะมีแต่ปะการังแข็ง แต่ปะการังแข็งและฝูงปลาของที่นี่ก็มีไม่น้อยเช่นเดียวกัน ภาพที่เห็นกันจนชินตาแทบทุกวันในแถบนี้ก็คือ ภาพนักท่องเที่ยวจำนวนมากถูกปล่อยลงไปดำผุดดำว่ายชมปะการังกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ

37_201203161043192.

f77

การเดินทาง & แผนที่ เกาะม้า-เกาะเชือก-เกาะแหวน

  • จากท่าเรือปากเมง จากตัว จังหวัดตรัง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4046 มุ่งหน้า อ.สิเกา ก่อนถึงตัวอำเภอสิเกาแยกซ้าย ทางหลวงหมายเลข 4162 สู่หาดปากเมง มีเรือหางยาวให้เช่าเหมาลำในราคาแล้วแต่ขนาดเรือ (ควรจะมีสมาชิกประมาณ 5-8 คน) ถ้าสมาชิกน้อยคนควรจะซื้อแพ็คเก็จทัวร์ จากบริษัทนำเที่ยวจะประหยัดกว่า
  • จากท่าเรือควนตุ้งกู การเดินทางไป เกาะม้า-เกาะเชือก-เกาะแหวน นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการนำเที่ยวของบริษัททัวร์ในตัวเมืองตรัง หรือ บริการของรีสอร์ทบนเกาะไหงและเกาะกระดาน ถ้าเดินทางไปเอง เริ่มต้นจากท่าส้ม (ฝั่งตรงข้ามท่าเรือกันตัง) โดยจะมีรถโดยสารไปท่าเรือควนตุ้งกู ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จากท่าเรือควนตุ้งกู นั่งเรือไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
  • จากท่าเรือเจ้าไหม มีเรือหางยาว ให้เช่าเหมาลำในราคาแล้วแต่ขนาดเรือ (ควรจะมีสมาชิกประมาณ 5-8 คน) ถ้าสมาชิกน้อยคนควรจะซื้อแพ็คเก็จทัวร์ จากบริษัทนำเที่ยวจะประหยัดกว่า

trang_map

การเดินทางจากกรุงเทพฯไปจังหวัดตรัง

รถยนต์

1. ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ชุมพร จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 41 ผ่าน สุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง-ห้วยยอด-ตรัง ระยะทาง 828 กิโลเมตร
2. ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ชุมพร จากนั้นผ่านแยกเข้าระนอง-พังงา-กระบี่-ตรัง ระยะทาง 1,020 กิโลเมตร

รถไฟ

มีรถเร็วและรถด่วนออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ถึงสถานีตรังทุกวัน ระยะทาง 870 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือสถานีรถไฟตรัง โทร. 0 7521 8012http://www.railway.co.th/

รถโดยสารประจำทาง

จากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศ กรุงเทพฯ – ตรัง ทุกวัน

Categories: Introduction | Leave a comment

หมู่เกาะตะรุเตา:สตูล

สุดน่านน้ำอันดามันไทย เกาะตะรุเตา

ชื่อหมู่เกาะ : หมู่เกาะตะรุเตา

เกาะไข่-ตะรุเตา-info-01

รายละเอียดของเกาะ :

เกาะตะรุเตาเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีพื้นที่ถึง 152 ตารางกิโลเมตร เดิมที่เกาะนี้เป็นทัณฑสถานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เคยเป็นที่กักขังนักโทษการเมืองในปี พ.ศ.2482 เนื่องจากอยู่ห่างไกลแผ่นดิน อีกทั้งแวดล้อมไปด้วยป่าชายเลนหนาแน่น ทำให้ยากแก่การหลบหนี ปัจจุบันมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยแบ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวตัวอย่างดังนี้

เส้นทางที่ 1

อ่าวพันเตมะละกา

ที่ตั้งที่ทำการของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงาม จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์ตะรุเตา และจากจุดนี้สามารถเดินไปยังผาโต๊ะบู หน้าผาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 60 ม. เพื่อชมความงดงามของคลองพันเตมะละกา เกาะไข่ และอุทยานแห่งชาติเภตรา ออกจากที่ทำการอุทยานฯ ไปอีก 8 กม. จะถึงอ่าวสน มีหาดทรายที่โค้งสลับกับหาดหินและเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล

คลองพันเตมะละกา และ ถ้ำจระเข้

เป็นคลองซึ่งแน่นขนัดไปด้วยป่าชายเลนสมบูรณ์ เมื่อร่องเรือไปแล้ว 1.5 กิโลเมตร จะถึงถ้ำจระเข้ ถ้ำที่เล่ากันว่าเคยพบเห็นจระเข้น้ำเค็มอาศัยอยู่ สามารถล่องแพเข้าไปชมความลึกลับหินงอกหินย้อยในถ้ำได้

2006060107330490649064

คลองพันเตมะละกา

 2006060107444992479247

ถ้ำจระเข้

f77

ผาโต๊ะบู

จุดชมวิวซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของหมู่เกาะในน่านน้ำตะรุเตาได้อย่างชัดเจน และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ทางขึ้นเขาอยู่หลังที่ทำการอุทยานฯ

1013scene090209_75415

Leepe05 1140003372

เส้นทางที่ 2

สตูลอ่าวตะโละวาว

อ่าวตะโละวาว

อ่าวตะโละวาว อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ตต.1 (ตะโละวาว) จำลองอาคารที่เคยเป็นบ้านพักของผู้คุมเรือนนอนนักโทษ โรงฝึกอาชีพ ทางทิศใต้ของเกาะคือ อ่าวตะโละอุดัง ที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ตต.2 (ตะโละอุดัง) เคยเป็นที่กักขังนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดช และ กบฏนายสิบเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ถัดจากท่าเรือหน้าอ่าวเข้าไปมีเส้นทางศึกษาประวัติศาสตร์จัดจำลองให้เห็นภาพสถานกักกันในอดีตไว้ครบถ้วเส้นทางร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิดที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ

tarutao_031 อ่าวสน

เป็นอีกอ่าวที่ชมพระอาทิตย์ตก  ที่สวยงาม อ่าวเป็นรูปโค้งที่มีหาดทรายสลับกับหาดหินที่น่ามหัศจรรย์มาก เขาหินปูนที่นี่มีอายุประมาณ 700 ล้านปี และเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลเป็นประจำทุกปี  บริเวณอ่าวสนมีเส้นทางเดินไปน้ำตกได้น้ำตกลูดู ห่างจากอ่าวไปประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินสักหนึ่งชั่วโมง มีแอ่งน้ำให้นอนแช่เย็นสบาย  เดินต่อไปอีก 2 กิโลเมตรก็จะพบน้ำตกโละโป๊ะสามารถเล่นน้ำได้  น้ำตกสองแห่งนี้ต่างจะไหลลาดลงสู่ทะเล แนะนำว่าน่าจะนอนค้างแรม ที่อ่าวสนนี้จะได้เที่ยวน้ำตกได้เต็มอิ่ม อ่าวสนก็มีจุดบริการกางเต็นท์ บริการอาหารและเครื่องดื่ม มีหน่วยพิทักษ์ฯ อ่าวสนคอยดูแลความสงบเรียบร้อย บริการนักท่องเที่ยวด้วย

tarutao_028

อ่าวเมาะและ

ห่างจากที่ทำการอุทยานเพียง 4 กิโลเมตร มีหาดทรายขาวสะอาด และดงมะพร้าวสวยงาม เงียบสงบ มีบ้านพักของอุทยานเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความเป็นส่วนตัว สงบสุข หาดทรายขาวสะอาดยาวกว่า 1 กิโลเมตร น้ำทะเลใส ลงเล่นนำ้ได้ บริเวณชายหาดร่มรื่นด้วยดงมะพร้าว ยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามได้ที่นี่

อ่าวเมาะและ-13

อ่าวจาก

เป็นอ่าวเล็กๆ ติดต่อกับอ่าวพันเตมะละกา บรรยากาศเงียบสงบ โอบล้อมด้วยภูผาสามด้าน ส่วนด้านหน้าของอ่าวนั้นเปิดกว้างสู่ทะเลอันดามันความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

picture_273255200637

f77

สถานที่พักบนเกาะ : 

เมาน์เท่น รีสอร์ท

57 หมู่ 7 เกาะหลีเป๊ะ หาดแหลมสน ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000

แคสอเวย์ บีช รีสอร์ท 

หาดซันไรซ์, เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล 91000

ไอดีลลิค คอนเซปต์ รีสอร์ท 

หาดซันไรซ์ เกาะหลีเปะ จังหวัดสตูล 91000

บันดาหยา รีสอร์ท 

509 หมู่ 3 เกาะหลีเป๊ะ ต.ตำมะลัง อ.เมืองสตูล จ.สตูล 91000

วารินทร์ บีช รีสอร์ท 

หาดพัทยา เกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000

หลีเป๊ะ รีสอร์ท

141 หมู่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล จ.สตูล 91000

สิตาบีช รีสอร์ท แอนด์ สปา 

หมู่ 7 เกาะลิเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000

f77

กิจกรรมบนเกาะ :

ลงเรือท่องอันดามันเที่ยวชมเกาะแก่งในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา

ดำน้ำชมปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก

ชมทิวทัศน์ที่สวยงามจากจุดชมวิว

สัมผัสน้ำทะเลใสๆ หาดทรายสวยๆตามเกาะต่างๆ

แค็มป์ปิ้ง พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

f77

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา 

มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน  30  กว่าปี  เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย  ตั้งแต่ปี 2517  และได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน  (ASEAN Heritage Parks and Reserves)  สามารถท่องเที่ยวได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคมของปี ชื่อเกาะ “ตะรุเตา” นี้ เพี้ยนมาจากคำว่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายูแปลว่า มีอ่าวมาก เกาะตะรุเตา เป็นเกาะที่มีธรรมชาติหลากหลาย เที่ยวได้ครบรส   มีอ่าวเว้าแหว่งมากมาย  แต่ละอ่าวก็มีชายหาดสวยงามอยู่มากมาย  ภูเขามีสภาพเป็นป่าดิบชื้น มีพรรณไม้และสัตว์ป่าที่หายาก  และมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นป่าชายเลน มีน้ำตก มีหน้าผา และยังมีถ้ำอีกด้วย  ด้านตะวันตกของเกาะจะมี 4 อ่าวที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม

f77

ค่าใช้จ่ายสำหรับการมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา
บ้านพัก ราคา 400 – 1200 บาท
ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยาน
คนไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท
ต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 400 บาท

f77

การเดินทาง :

รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4  ผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 41  ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง จากพัทลุงไปอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 แล้วแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 406 ถึงจังหวัดสตูล ระยะทาง 973 กิโลเมตร

รถไฟ สามารถเดินทางไปกับขบวนรถกรุงเทพฯ-ยะลา, กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ หรือ กรุงเทพฯ- สุไหงโก-ลก ลงที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จากนั้นต่อรถตู้โดยสารหรือรถโดยสารประจำทางเข้าจังหวัดสตูล ระยะทาง 98 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารปรับอากาศ กรุงเทพฯ-สตูล ทุกวัน รถออกที่สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี

เครื่องบิน สามารถใช้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถโดยสารประจำทางจากตัวอำเภอหาดใหญ่เข้าจังหวัดสตูลอีกประมาณ 98 กิโลเมตร

surin

tarutaomap3

µÐÃØàµÒ mix lay

f77

เกาะตะรุเตา  ตำนานหมู่เกาะทะเลใต้

เกาะตะรุเตามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เมื่อปี พ.ศ  2479 มีการประกาศพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นโจรผู้ร้าย กรมราชทัณฑ์ จึงหาสถานที่ที่มีภูมิประเทศเหมาะสม ซึ่งในที่สุดได้เลือกเกาะตะรุเตาและจัดตั้งขึ้นเป็นทัณฑสถาน เพราะเกาะตะรุเตา อยู่ห่างไกลจากฝั่งอยู่กลางทะเลลึก มีคลื่นลมมรสุมรุนแรง มีจระเข้และฉลามชุกชุม เป็นปราการทางธรรมชาติที่สามารถป้องกันการหลบหนีของนักโทษได้อย่างดี

โดยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2480 กลุ่มบุกเบิกของกรมราชทัณฑ์ ภายใต้การนำของขุนพิธานทัณฑทัย ได้ขึ้นสำรวจเกาะตะรุเตาและได้จัดทำเป็น “ทัณฑสถาน” โดยในปี พ.ศ. 2478 รัฐบาลมีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์จัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งนิคมฝึกอาชีพ และเป็นสถานที่กักกันนักโทษ จึงได้กำหนดให้เกาะตะรุเตาเป็นสถานที่คุมขังนักโทษ  มีการจัดสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนนักโทษ และโรงฝึกอาชีพขึ้นที่อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง  ในปี พ.ศ. 2481นักโทษชุดแรกจำนวน 500 คนก็ได้เดินทางมายังตะรุเตา และทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ จนมีนักโทษเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 3,000 คน และในช่วงปี พ.ศ.2482 รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมือง 70 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบ มากักบริเวณอยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง ส่วนนักโทษอื่นคุมขังที่อ่าวตะโละวาว ช่วงปี พ.ศ.2484 – 2488

ช่วงสงครามเอเชียบูรพา เกาะตะรุเตาถูกตัดขาดออกจากแผ่นดินใหญ่ เกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร ยา และเครื่องใช้ต่างๆ ต้นปี พ.ศ.2487 ผู้คุมนักโทษได้ทำตัวเป็นโจรสลัดเข้าปล้นสะดมเรือบรรทุกสินค้าชาวไทยและต่างประเทศที่แล่นแผ่นไปมา ในที่สุดรัฐบาลไทยและทหารอังกฤษจากประเทศมาเลเซีย ได้เข้าปราบโจรสลัดเกาะตะรุเตาสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2489 และอีกสองปีต่อมาปี พ.ศ. 2491  กรมราชทัณฑ์ได้ประกาศยกเลิกนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา และหลังจากนั้นเกาะตะรุเตาก็ถูกทิ้งร้างเป็นเวลา 26 ปี จนกระทั่งวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2517 กรมป่าไม้ในขณะนั้น ได้ประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติตะรุเตาขึ้น โดยนับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย เรื่องราวในอดีต  มี  Paul Adirex หรือคุณปองพล อดิเรกสาร ได้เขียนเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง “โจรสลัดแห่งตะรุเตา” และเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2519 ได้มีการผลิตภาพยนตร์เรื่อง “นรกตะรูเตา” ของรณภพฟิล์มก็ได้ออกฉายต้อนรับตรุษจีนในปีนั้น ที่โรงภาพยนตร์เพชรรามาและเพชรเอ็มไพร์ ซึ่งปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์มาจัดจำหน่ายในรูปแบบ DVD โดย ทริปเปิ้ลเอกซ์ฟิล์ม

reply-00000028346

Categories: Introduction | Leave a comment

หมู่เกาะปอดะ: กระบี่

หาดทรายขาวสะอาด เชื่อมเกาะสามเกาะ อย่างอัศจรรย์
หมู่เกาะปอดะ – ทะเลแหวก : กระบี่

ชื่อหมู่เกาะ : หมู่เกาะปอดะ

กระบี่ 1 day-เกาะปอดะ-01

หมู่เกาะปอดะ ประกอบด้วย:

เกาะปอดะ เกาะไก่ เกาะทับ และเกาะหม้อเป็น 4 เกาะเด่น ตั้งออยู่ทางทิศใต้ของอ่าวพระนาง ห่างจากชายฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร สามารถรวมเป็นโปรแกรมเที่ยวภายในวันเดียวได้ หากพักที่อ่าวนางจะสามารถเหมาเรือหางยาวหรือเรือหัวโทงมาเที่ยวชมหาดทรายสวยๆ ของเกาะเหล่านี้ใด้สะดวก บริเวณรอบๆ เกาะจะมีแนวปะการังหลากหลายชนิด น้ำทะเลใสสะอาด ทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่น่าสนใจที่สามารถแวะมาเที่ยวชมเกือบตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดปรากฎการณ์ในช่วงน้ำลงบริเวณเกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะไก่ จะเชื่อมต่อกันโดยแนวทราย ทำให้เกิดทัศนยภาพที่สวยงาม ดูแปลกตา เรียกว่า “ทะเลแหวก”

1140003372

รายละเอียดเกาะปอดะ :

IMG_0388

เกาะสวยแห่งทะเลกระบี่ เป็นเกาะที่ยังคงความงดงาม เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการเที่ยวทะเลกระบี่ เกาะปอดะตั้งอยู่ในทะเลด้านหน้าอ่างนาง อยู่ห่างจากฝั่งอ่าวนางประมาณ 8 กิโลเมตร หากยืนอยู่ริมหาดที่อ่าวนางหรือหาดพนรัตน์ธาราแล้วมองออกไปในทะเลจะเห็นหมู่เกาะเล็กใหญ่กระจุกตัวอยู่ในบริวณใกล้ๆ กัน

บริเวณหาดด้านหน้ามีชายหาดเป็นแนวยาวเหมาะแก่การเล่นน้ำชาดหาด ด้านซ้ายเป็นอีกจุดที่น่าพักผ่อนเพราะเงียบสงบคนน้อย หาดด้านขวาหรือทิศเหนือของเกาะไม่เหมาะที่จะพักผ่อนเล่นน้ำเพราะเป็นจุดจอดเรือหางยาวและใกล้ทางเข้าร้านอาหารผู้คนพุกพล่านพอสมควร

จุดดำน้ำชมปะการังของเกาะปอดะอยู่บริเวณทิศเหนือในจุดที่มีลูกลอยสีส้มล้อมไว้ แต่เกาะปอดะเหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนและเล่นน้ำซะมากกว่าที่จะมาดำน้ำชมปะการัง เพราะปะการังในย่านนี้ไม่ค่อยมี ที่พอมีก็ไม่สวย เกาะปอดะเหมาะกับการมาท่องเที่ยวพักผ่อนชมวิว เล่นน้ำ

สถานที่พักบนเกาะปอดะ :

อ่าวนาง พาราไดซ์ รีสอร์ท  >>> 25/18 หมู่ 2   อำเภอเมือง อ่าวนาง กระบี่

Sala Talay Resort >>> 123 ม.3 อ.เมือง อ่าวนาง กระบี่

โวค รีสอร์ท แอนด์ สปา >>> 244 หมู่ 2 อ่าวนาง กระบี่

เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า >>> 396-396/1 หมู่ 2 อำเภอเมือง อ่าวนาง กระบี่

กิจกรรมบนเกาะ :

เช้า : ออกเดินทางโดยเรือหางยาว หรือเรือเร็ว (Speed Boat) ปลอดภัยด้วยเสื้อชูชีพ มุ่งหน้าสู่ ท่องทะเลกระบี่ เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ เล่นน้ำ ดำน้ำชมปะการัง ถ่ายรูปกับ เกาะไก่ เกาะหินปูนที่เป็นสัญลักษณ์ทางทะเลกระบี่ ชมทะเลแหวก Unseen in Thailand สันทรายที่เชื่อมยาวระหว่างเกาะไก่และเกาะทับ เกิดเป็นสันทรายธรรมชาติที่สวยงาม จากนั้นต่อด้วยการดำน้ำชมปะการัง ว่ายน้ำกับฝูงปลาที่ เกาะสี่

บ่าย : เกาะปอดะ ทานอาหารเที่ยงแบบปิกนิก หลังอาหารเล่นน้ำหรือพักผ่อนตามอัธยาศัย ต่อด้วย หาดถ้ำพระนาง สักการะ ศาลพระนาง ศาลศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นับถือของชาวเรือ ชมการปีนผาที่อ่าวไร่เลย์

เย็น : ชมพระอาทิตย์ตกที่หาดถ้ำพระนาง จากนั้นเดินทางกลับถึงอ่าวนาง

การเดินทาง :

โดยรถยนต์ : จากกรุงเทพฯ ไปกระบี่ได้ 2 เส้นทาง คือ

1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ไปจนถึงกระบี่ ระยะทางประมาณ 946 กิโลเมตร
2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จนถึงจังหวัดชุมพร แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สู่อำเภอไชยา อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ แล้ววกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อเข้าสู่ตัวเมืองกระบี่ ระยะทางประมาณ 814 กิโลเมตร

โดยรถประจำทาง : มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-กระบี่ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนีทุกวัน

โดยเครื่องบิน : การบินไทยบริการเที่ยวบินประจำระหว่างกรุงเทพฯ-กระบี่

เมื่อถึงจังหวัดกระบี่จะมีเรือเช่าให้บริการทั้งเรือหางยาวและเรือเร็ว Speed Boat ติดต่อเช่าและขึ้นเรือได้ที่ท่าหน้าหาดอ่าวนางหรือจะขึ้นที่ท่าเรือในตัวเมืองกระบี่ก็ได้

1140003372

kohhong_map

ทะเลแหวก (เกาะทับ – เกาะหม้อ – เกาะไก่)

ทะเลแหวกเป็นกลุ่มของเกาะ 3 เกาะ ที่มีหาดทรายเชื่อมติดกันได้แก่ เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่ สามารถเดินข้ามจากเกาะไก่ไปยังเกาะทับได้ในยามน้ำลง หากจะให้ดีก็ควรจะเป็นในช่วงน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน

1140003372

รายละเอียดเกาะทับ :

talaevak2

เกาะทัพ เป็นเกาะเล็กๆ มีหาดทรายเฉพาะด้านใต้ ยามน้ำลด หาดทรายทางด้านใต้นี้ จะเชื่อมต่อกับแนวสันทรายของเกาะปอดะนอก กลายเป็นสะพานธรรมชาติยาวประมาณ 200 เมตร แม้จะเป็นหาดทรายเล็กๆ แต่เม็ดทรายละเอียดและขาวมาก น้ำทะเลใส

f77

รายละเอียดเกาะหม้อ :

im2

เกาะหม้อ เป็นโขดหิน ไม่มีชายหาดให้ขึ้นไปบนเกาะ น้ำทะเลใสสะอาด เกาะหม้อ อยู่ห่างจากเกาะทัพ เพียง 70 เมตร หากน้ำลดจะมีสันทรายเชื่อมต่อกัน สามารถเดินจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่งได้

f77

รายละเอียดเกาะไก่ :

1165462798

เกาะไก่ หรือเกาะปอดะนอก หรือเกาะด้ามขวาน เกาะรูปร่างประหลาด ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อเกาะอันหลากหลาย เนื่องจากชะง่อนผาที่ยื่นออกมาทางด้านใต้ ทำให้ผู้พบเห็นเกิดจินตนาการต่างๆกันไป บ้างก็เห็นเกาะคล้ายกับส่วนหัวของไก่ บ้างก็เห็นเป็นด้ามขวานที่วางตั้งอยู่ แต่ฝรั่งตาน้ำข้าวกลับมองเห็นเป็นป็อบอาย ตัวการ์ตูนดังในสมัยยังแรกรุ่น หรือบางท่านอาจจะยังอยู่ในวัยอ่อนเดียงสา กำลังนอนคาบไปป์อย่างมีความสุข ท่านสามารถดำผิวน้ำชมปะการังน้ำตื้น หรือปะการังแข็งได้ที่เกาะไก่นี้ แต่ความสมบูรณ์ของปะการังก็คงไม่อาจเทียบเท่ากับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่ห่างไกลจากผืนแผ่นดินใหญ่ ความประทับใจที่ท่านจะได้พบ ก็คงจะเป็น หาดทรายขาวทอดยาว เคียงคู่ไปกับน้ำทะเลสวยใส กับปลาลายเสือฝูงใหญ่ ที่มีมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ ที่มักจะมารอคอยต้อนรับ และ พร้อมที่จะเล่นกับผู้มาเยือนอยู่เสมอ

Categories: Introduction | Leave a comment

หมู่เกาะอาดัง-ราวี:สตูล

ชื่อหมู่เกาะ : หมู่เกาะอาดัง-ราวี

หมู่เกาะอาดัง-ราวีอยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กม. ห่างจากตัวเมืองประมาณ 80 กม. เป็นเกาะที่เป็นสวนแห่งปะการังใต้ท้องทะเล บางบริเวณอยู่ในน้ำตื้นสามารถมองเห็นได้จากผิวน้ำ หมู่เกาะอาดัง-ราวีแห่งนี้ มีเนื้อที่เกาะประมาณ 30 ตรกม. ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูง มีป่าปกคลุมแลดูเขียวครึ้ม ทางด้านหลังมีน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดปี คำว่า “อาดัง” มาจากคำเดิมในภาษามลายูว่า “อุดัง” มีความหมายว่า “กุ้ง” เพราะบริเวณนี้เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้งทะเล นอกจากนี้ก็มีเกาะเล็ก เกาะน้อยอื่นๆ อีก เช่น เกาะดง มีเนื้อที่ 8 ตรกม. เกาะหลีเป๊ะมีเนื้อที่ 4 ตรกม. มักเรียกชื่อรวมของเกาะอาดัง เกาะราวี เกาะดง เกาะหลีเป๊ะ ว่า”หมู่เกาะอาดัง-ราวี”

หมู่เกาะอาดัง-ราวี ในหมู่เกาะอาดัง-ราวี มีหาดทรายที่สวยงามเล่นน้ำได้หลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาดทรายบนเกาะไข่ เกาะไข่อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตกใช้เวลาเดินทางจากเกาะตะรุเตาประมาณ40 นาที สิ่งที่สำคัญบนเกาะไข่ ได้แก่ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทะเลรอบๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไป ที่เกาะไข่นี้เป็นเกาะที่เต่าทะเลชอบมาวางไข่ไว้เสมอ และนอกจากนี้ยังเป็นจุดที่มีปลาชุกมากแห่งหนึ่งด้วย ทางอุทยานไม่อนุญาตให้เข้าพัก หาดทรายแหลมสน หาดทรายอ่าวโละ หาดทรายอ่าวตะโละรีปา บนเกาะอาดัง หาดทรายขาวบนเกาะราวี ก็สามารถเล่นน้ำได้  (ตามรูปซ้ายมือนี้ ถ่ายจากจุดชมวิวผาชะโด บนเกาะอาดัง เกาะที่เห็นอยู่ไกลๆ คือเกาะหลีเป๊ะ ซ้ายมือของเกาะหลีเป๊ะ เราจะเห็นเกาะ 2 เกาะ คือเกาะกระ เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น) ในหมู่เกาะอาดัง-ราวี ที่สำคัญมีดังนี้คือ น้ำตกรัตนา ท่าอ่าวตะโละอาเอียง น้ำตกดาเระ และน้ำตกทะเลมอญ บนเกาะอาดัง น้ำตกโจนลงเล ที่เกาะราวี

หมู่เกาะอาดัง-ราวี

กิจกรรมที่น่าสนใจใน หมู่เกาะอาดัง – ราวี :

-ชมความสวยงามของหมู่เกาะอาดัง

-ราวีจากจุดชมวิวผาชะโด บนเกาะอาดัง

-ดำน้ำ ท่องโลกใต้ทะเลที่สวยงาม

-เดินเล่นบนหาดทรายขาวสวย เล่นน้ำทะเลใสๆ

-ลงเรือเที่ยวชมเกาะต่างๆ

-แค็มป์ปิ้ง พักผ่อนนอนฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง

ช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับการมาท่องเที่ยว หมู่เกาะอาดัง – ราวี :

ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 พฤษภาคม ของทุกปี

การท่องเที่ยวทางทะเลใน หมู่เกาะอาดัง – ราวี แบ่งเป็น 2 เส้นทางคือ

1. รอบเล็ก คือ เส้นทาง หาดทรายขาว (เกาะราวี) – เกาะหินงาม – เกาะอาดัง – ร่องน้ำจาบัง

  • •  แบบเช่าเหมาลำเรือประมงดัดแปลง (8 – 9 คน) ราคาประมาณ 1,200 – 1,600 บาท รวมอาหารกลางวัน และอุปกรณ์ดำน้ำ
  • • มาน้อยก็ แบบคิดเป็นรายหัว ถ้าเป็นรอบเล็กคิดหัวละ 400 – 500 บาท รวมอาหารกลางวัน และอุปกรณ์ดำน้ำ
  • • เรือออกจากเกาะหลีแป๊ะ 8-9 โมงเช้า กลับถึงเกาะหลีแป๊ะ 4-5 โมงเย็น

2. รอบใหญ่ คือ เส้นทางร่องน้ำจาบัง – เกาะหินงาม – เกาะหินซ้อน – เกาะไผ่ – เกาะดง –  เกาะรอกลอย – เกาะผึ้ง – หาดทรายขาว (เกาะราวี) – เกาะยาง – เกาะอาดัง

  • • แบบเช่าเหมาลำเรือประมงดัดแปลง (8 – 9 คน) ราคาประมาณ 1,800 – 2,500 บาท รวมอาหารกลางวัน และอุปกรณ์ดำน้ำ

หมู่เกาะอาดัง-ราวี

เกาะต่างๆที่อยู่ในหมู่เกาะอาดัง-ราวี

รายละเอียดเกาะอาดัง :

เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่สังกัดอยู่กับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา มีบ้านพักลักษณะเป็นเรือนแถว ร่มรื่นด้วยป่าสน ติดหาดเล่นน้ำได้ กางเต็นท์ได้ มีร้านอาหารของอุทยานฯ ที่ได้รับการควบคุมราคา และมาตรฐาน เกาะอาดังมีแนวชายหาดที่ขาวสะอาด ทรายนุ่ม บรรยากาศสงบ

เกาะอาดัง&เกาะหลีเป๊ะ

รายละเอียดเกาะราวี :

อยู่เคียงข้างเกาะอาดัง มีขนาดเกาะไล่เลี่ยกัน ภูมิประเทศเป็นภูเขา มีป่าทึบ มีหาดบางช่วง ไม่เป็นที่นิยมขึ้นเที่ยวบนเกาะ เหมาะที่จะชมวิวทัศทัศน์มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อยู่ที่เกาะรองกวยจะมองเห็นแนวเกาะราวีสวยงามมาก

อาดัง-ราวี-สตูล-07

รายละเอียดเกาะดง :

เกาะดงเป็นเกาะที่อยู่นอกสุดของหมู่เกาะอาดัง ราวี ห่างจากเกาะอาดังราว 1 ชั่วโมง มีแหล่งปะการังน้ำตื้น และปะการังน้ำลึก  เกาะดงยังมีเกาะบริวารอยู่โดยรอบราว 4-5 เกาะ โดยมีเกาะหินซ้อนที่มีลักษณะโดดเด่นเหมือนก้อนหินที่วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ

109_200806181528401.

รายละเอียดเกาะสิเป๊ะหรือเกาะหลีเป๊ะ :

อยู่ทางใต้ของเกาะอาดัง 2 กิโลเมตร เป็นที่อยู่ของชาวเลเผ่า “โอรัง ราโว้ท” ทำการเพาะปลูก เพราะพื้นที่บนเกาะมีที่ราบมากพอสมควร ชาวเกาะเหล่านี้มีความชำนาญในการดำน้ำเป็นพิเศษ และมีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านทีมีเชื้อสายชาวเลจะร่วมกันจัดงานรื่นเริง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการประกอบอาชีพประมง จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ “อ่าวพัทยา”และ “หาดชาวเล” มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และยังมีบริการบ้านพักของเอกชนคอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ได้ในราคาลำละ 1,500-1,800 บาท นั่งได้ 8-9 คน โดยติดต่อกับทางรีสอร์ทที่มีบริการทัวร์ การเดินทาง เรือออกจากท่าเรือปากบารา เวลา 10.30 น. และ 13.30 น. โดยจะแวะที่เกาะตะรุเตาก่อน จากนั้นจะเดินทางไปยังเกาะอาดัง และหลีเป๊ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง ค่าโดยสารไป-กลับ 800 บาท

leepeh01

รายละเอียดเกาะจาบัง :

ร่องน้ำจาบัง หรือ เกาะจาบัง เป็นกองหินพ้นน้ำ บริเวณนี้เรียกว่าร่องน้ำจาบัง อยู่ใกล้เกาะอาดัง อยู่ระหว่างเกาะราวี และเกาะหลีเป๊ะ ส่วนใต้น้ำจะมีแท่งหินอยู่ทั้งหมด 5 ยอด มีอยู่ 4 ยอดที่ปกคลุมด้วยปะการังอ่อนหลากสี อีกหนึ่งยอดจะเต็มไปด้วยดาวขนนก เกาะอยู่อย่างมากมาย ปกติแล้วการชมปะการังอ่อนแบบนี้จะต้องดำน้ำลึก (Scuba divng) แต่ที่นี่ปะการังอ่อนอยู่ในระดับที่ตื้นมาก ปะการังอ่อน จะเกาะอยู่เต็มทั้งยอดกองหิน ปะการังอ่อนหลากสี จะเกาะอยู่เต็มทั้งยอด ตั้งแต่บนยอดกองหินไล่ลงไปจนถึงระดับลึกจนมองไม่เห็น บริเวณนี้มีทั้ง ดาวขนนกอีกมากมาย ทั้งสีดำ สีแดง, ปะการังอ่อนหลากสี, ปะการังถ้วยส้ม, ฟองน้ำครกขนาดใหญ่, ดอกไม้ทะเลหลากสี และยังมีฝูงปลามากมายว่ายเวียนเพื่อหาอาหาร นอกจากนี้ท่านอาจจะได้พบ ทากปิ๊กกาจู้ ต้นกำเนิดโปเกม่อนอีกด้วย -กระแสน้ำบริเวณร่องน้ำจาบังค่อนข้างแรงมาก การดำน้ำในบริเวณนี้ กระแสน้ำค่อนข้างแรงมาก เพราะเป็นร่องน้ำ แปลว่าเป็นบริเวณที่น้ำไหลผ่าน ขนาดเกาะเชือกเอาไว้ยังสู้ไม่ไหว ทำให้ดำลึกไม่ไหว ความสวยงามก็น้อยลง แถมปวดหัวอาจเมาคลื่นได้ ถ้าดำน้ำในช่วงน้ำนิ่งก็ดำชมเพลินๆ สบายๆ ถ้าดำในช่วงที่กระแสน้ำแรงจะต้องเกาะเชือกไว้เพื่อที่ตัวเราจะได้ไม่ลอยไปตามกระแสน้ำ แด่ถ้าลอยไปเดี๋ยวคนขับเรือก็จะเอาเรือไปตามรับเราเอง ไม่ต้องพยายามว่ายกลับมาที่เรือ เพราะถ้าจะว่ายทวนกระแสน้ำกลับมาที่เรือต้องระดับทีมชาติ

KohJabang1

รายละเอียดเกาะหินงาม :

เป็นเกาะขนาดเล็กทางทิศใต้ของเกาะอาดัง ทั้งเกาะเต็มไปด้วยหินสีดำ กลมเกลี้ยง มันวาว เล่ากันว่าหินทุกก้อนมีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา หากใครนำติดตัวไปจะเกิดแต่หายนะ แต่หากไปชมแล้วเรียงก้อนหินได้ 12 ชั้น แล้วอธิษฐานขอพรก็จะได้สมปรารถนาทุกสิ่งทุกอย่าง

1130083

เกาะหินงาม อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล เกาะหินงาม เป็นเกาะเล็ก ๆ อยุ่ในกลุ่มเกาะอาดัง ราวี อุทยาน แห่งชาติแห่งชาติตะรุเตา เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ไม่มหาดทราย ใด ๆ เลยทั้งเกาะ มีแต่ต้นไม้เล็ก ๆ ขึ้นบนเกาะ และรอบบ ๆ เกาะ มีหินกลมมนสีดำมากมายทับถมกันไปทั่วทั้งเกาะ นับเป็นลักษณะ เด่นเฉพาะที่ซึ่งมีอยู่เกาะเดียวในประเทศไทย หินเหล่านี้มีทั้งใหญ่ และเล็กถูกน้ำพัดพามากองไว้ด้วยกันและการที่หินทุกก้อนกลมมน ลวดลายสวยงาม นั้นเกิดจากการกัดกร่อนด้วยแรงลมและคลื่นจน ทำให้หินเหล่านี้หินเหล่านี้มากองรวมกันได้อย่างแปลกประหลาด หินเหล่านี้เมื่อถูกน้ำทะเลสาดใส่มันจะแวววามและเปล่งประกาย สีดำเข้มสะท้อนรับกับแสงตะวันดูสวยงามาก ๆ บนเกาะมีป้ายเตือนเกี่ยวกับคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตาอยู่ “ผู้ใดบังอาจเก็บหินงามจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะถึงซึ่งความหายนะ นานานับประการ”

kidsin290107six

เกาะหินงาม เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะอาดัง-ราวี อยู่ห่างจากเกาะอาดังประมาณ 2.5 กิโลเมตร ส่วนมกาเดินทางนั้น ถ้าจะให้สะดวกควรเหมา เรือหางยาวจากเกาะหลีเป๊ะไป ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ก่อนถึงเกาะหินงามจะผ่านเกาะจาบัง ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ

picture_124254917463

จุดเด่นของเกาะแห่งนี้ ถึงแม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆแต่เกาะหินงามก็มีความพิเศษที่หาเกาะใดเหมือน นั่นคือเป็นเกาะที่ไร้หาดทราย เป็นหาดหินทั้งเกาะ บริเวณด้านหน้าหาดนั้นมีหินก้อนกลมมนขนาดเท่าๆกัน ยามน้ำทะเลซัดขึ้นมา หินเหล่านี้จะเปียกชุ่มส่องประกายมันวาวสะท้อนไปทั่วหาด หินเหล่านี้มีสีเทาดำ ยื่นเป็นปลายแหลมตัดออกไปในน้ำทะเลสีมรกต ยามน้ำลดแนวหาดหินจะปรากฏกว้างยิ่งขึ้น กลางเกาะเป็นป่าขนาดย่อมๆที่สมบุรณ์เขียวสด และมีหินขนาดใหญ่หลายก้อนระเกะระกะอยู่กลางเกาะ โปรแกรมเที่ยวเกาะหินงามนี้เป็นโปรแกรมสำคัญที่พลาดไม่ได้ เมื่อมาเที่ยวหมู่เกาะอาดัง-ราวี อาจจะพลาดเกาะอื่นๆได้แต่ต้องไม่ใช่เกาะหินงามแห่งนี้ หากนั่งเรือมาจากเกาะหลีเป๊ะ ก่อนถึงเกาะหินงามจะเป็นเกาะจาบัง เกาะเล็กๆเกาะนี้เป็นแหล่งดำน้ำที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่ง ตัวเกาะไม่น่าสนใจเพราะเป็นเกาะหิน แต่สำหรับโลกใต้ทะเล เพียงไม่กี่เมตรรอบเกาะจะได้ชมฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์ และปะการังอ่อนหลายชนิดให้ชม

เกาะหินงาม2

Categories: Introduction | Leave a comment

Blog at WordPress.com. The Adventure Journal Theme.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.